ดอกไม้ในถังขยะ

'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียน
หนังสือคือแสงจันทร์

"ไม่ใช่เหตุผลแต่เป็นความรู้สึก ความรู้สึกบอกข้าพเจ้าว่า งานขบวนนี้เป็น - ดอกไม้ในถังขยะ กลิ่นหอมในความเหม็น หรือ - กลิ่นเหม็นในความหอม เท่านั้น"

ดอกไม้ในถังขยะ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) เขียน สำนักพิมพ์บรรณกิจ พ.ศ.2518

'รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้มีเครื่องหมายวงเล็บท้ายนามปากกาว่า (หนุ่ม) ชายผู้ซึ่งหยุดความเป็นหนุ่มของเขาไว้เมื่ออายุ 28 ปี และยังคงเขียนหนังสือต่อมาจวบจนกระทั่งลาจากโลกนี้ไป เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2552 ท่ามกลางความอาลัยยิ่ง

พญาอินทรีแห่งสวนอักษร คือสมญานามของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยการใช้ภาษาโดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน เป็นมากกว่าการแทนความนึกคิด งานเขียนทุกชิ้นของเขาจึงกลายเป็นรอยจำหลักงดงามในวงวรรณกรรมไทย ตัวหนังสือของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่ได้โดดเด่นเพียงการใช้คำ ลีลาตัวหนังสือเป็นเหมือนวงกลม ในมุม 360 องศานั้นไม่ว่าจะเพ่งสายตาไปยังเสี้ยวมุมไหนผู้อ่านก็จะเห็นภาพและได้รส

รสทุกรสที่ชีวิตมนุษย์ต้องประสบพานพบ ไม่ว่าจะเป็นโมงยามที่หวานชื่น ขมขื่น ขบขัน ขลาดกลัว ขลาดเขลา ขรุขระ ตัวหนังสือจะถูกปรุงให้เข้มข้นขึ้น เพราะในสวนอักษรของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นั้นมีพืชผักสร้างสรรค์หลากพันธุ์ที่เร้นลับ

ดอกไม้ในถังขยะ คือบทบันทึกถึงเมืองหลวงเมื่อวันวาน นับจากปีที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรก นับรวมเวลาแล้วอีกสิบปีก็จะถึงครึ่งศตวรรษ สี่สิบปีผ่านไปหากมองเฉพาะภายนอก กรุงเทพฯเต็มไปด้วยแสง สี และสิ่งอัศจรรย์ดังกับจะเป็นเมืองสวรรค์ชั้นฟ้า ตึกรามแน่นขนัดและสูงเหยียดฟ้า ถนนหนทางเพิ่มขึ้นมากมายจนแทบไม่มีผืนดินให้เหยียบย่าง สะพานไขว้พาดกันเหมือนกลัวหลงทาง รถไฟฟ้าใต้ดินและบนดิน กรุงเทพฯเปลี่ยนไปจริงๆแต่เฉพาะภายนอกเท่านั้น ส่วนข้างในชีวิตคนตาดำๆ - ก็ยังเป็นชีวิตคนที่ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนแทบไม่มีวันหลับนอน

การต่อสู้ดิ้นรนที่ยังเค็มยิ่งกว่าน้ำปลา และเผ็ดมากกว่าพริก

เมื่อสี่สิบปีก่อนกรุงเทพฯ เป็นเพียงดอกไม้เพิ่งผลิกลีบในท่ามกลางความวุ่นวายเท่านั้น หากได้ทำให้เราเห็น เปรียบเทียบ และครุ่นคิด (หากจะครุ่นคิด) ถึงลมหายใจอันเหน็ดเหนื่อยของผู้คน ที่ยังยิ้มขื่นเพราะต้องพึ่งพิงกรุงเทพฯด้วยเหตุผลต่างๆกัน

"การเขียนถึงกรุงเทพฯของข้าพเจ้าเป็นงานค่อนข้างยาก แม้ว่ากรุงเทพฯจะมีความขัดแย้งมองเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะมองลงมาจากตึกยี่สิบชั้น (เขย่งฟ้าเท่านั้นยังไม่ถึงกับระฟ้า) หรือจะมองจากริมถนนขรุขระ ข้าพเจ้าไม่วายคิดว่ากรุงเทพฯมีบุคลิกแตกต่างกับเมืองอื่น ทั้งมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างแน่นอนภายใต้เงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างรัดกุม"

"กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สิ้นหวังของนักคิดผู้อ่อนแอ"

"เขาดีดปลายนิ้วบนปีกหมวกให้มันเผยอเล็กน้อยก่อนพูดต่อนื่องกันว่า "และเราก็ไม่สามารถสะกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้ฅนเข้ามาในเมืองหลวง นี้เป็นปัญหาที่รัฐบาลของทุกประเทศครุ่นคิด แต่ไม่เคยแก้ไขได้ตราบใดที่เราถือว่าเมืองหลวงเป็นหัวใจ เป็นศูนย์กลาง เป็นชุมทางของความเจริญทางวัตถุ ใครก็อยากมาเห็นและมาเผชิญโชค"

"ข้าพเจ้าอาจจะอยู่ในกรุงเทพฯนานเกินไปจนรู้สึกลำเอียง และการจะเย้ยหยันกรุงเทพฯให้ได้รับความสะเทือนใจมันหมายถึงความสะเทือนใจของข้าพเจ้าด้วยเหมือนกัน"

วิสัยทัศน์กก้าวหน้าของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในหนังสือเล่มนี้ สิ่งที่เขียนไว้ล้วนแต่จริงแท้ ยังไงก็ตามเราจะค่อนขอดเกลียดชังเมืองที่เป็นถิ่นอาศัยก็ใช่ที่ 'เปลี่ยนมุมมอง' และ 'เสียดสีมันแค่พอให้ได้ยิ้มนิดๆหน่อยๆ' เสียบ้างยังคงใช้ได้เสมอ การละจากความเบื่อหน่าย ท้อแท้เป็นวิสัยของคนที่จะต้องผจญอย่างกล้าหาญ (เหมือนกัน) เพื่อความจริง ความหวังและความงาม ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดย่อมมีเรื่องท้าทายต่อสู้กับสภาพแวดล้อมรอบตัว

"ระหว่างเขากับข้าพเจ้า เราไม่พยายามมองชีวิตในแง่เลวทรามบัดซบ เราไม่คิดว่าชีวิตเป็นความสิ้นหวังแม้ว่าจะโดนรังแกด้วยความอัดเอาเปรียบและความเห็นแก่ตัวของผู้คน"

"ถึงอย่างไร กรุงเทพฯ ยังน่ารักไม่คลาย ถ้าผู้อ่านและข้าพเจ้ายังไม่เศร้าจนอยากฆ่าตัวตายในเวลา

12.30 น. ของวันนี้ หรือหลีกเที่ยงคืนของคืนนี้ ถ้าไม่มีเจ้าหนี้มายืนตะโกนด่าหน้าบ้านจนต้องออกไปฆ่า(มัน)กรุงเทพฯ ยังเป็นกรุงเทพฯ ที่เติบโตขึ้นอย่างสวยสะพรั่งในความรู้สึกของฅนเดินถนน เป็นกรุงเทพฯ

ที่ยังมีความหวัง"

"ความแห้งและความตายปลิดใบไม้หล่นจากต้นลงประดับถนนอย่างเหนื่อยคร้านในเวลาหลังเที่ยง น้ำในคลองเป็นสีน้ำเงินตามสายตาของจิตรกรบางฅนผู้มองเห็นความโสภาแห่ชีวิต แต่มันอาจเป็นสีชมพูแซมทองในความรู้สึกหลอกหลอนของคนบ้ากัญชา มันเป็นสีดำขุ่นข้องอย่างแท้จริง เมื่อจมูกได้กลิ่นเหม็นเน่าของเลน"

"การเดินฝ่าเปลวแดดออกไปยืนรอรถประจำทางก็เป็นเหตุการณ์ธรรมดาเหมือนกัน เราบอกตัวเองว่าอย่าอิจฉาคนที่นั่งในรถยนตร์คันละหลายแสนบาท มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ก่อนจะร่ำรวยปานนั้นเขาอาจผ่านความเร่าร้อนของชีวิตมาอย่างเจียนตายหลายฅน และไม่ว่าเขาจะเดินทางได้รวดเร็วเพียงใด เขาก็คงไม่พ้นเชิงตะกอน คิดอย่างนี้แล้วสบายใจดี"

"เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของการโกหก เราจำเป็นต้องหวาดระแวงฅนแปลกหน้า และที่บัดซบกว่านั้น คุณหรือผมจะไม่รู้สึกกระดากเลยถ้าจะต้องโกหกฅนอื่น"

นอกจากมุมมองและลีลาแล้ว สำนวนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ยัง มีเสน่ห์ให้จดจ่อลมหายใจก้มหน้าก้มตา กวาดสายตาไปตามบรรทัดอย่างกระหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ หรือหากเปรียบเป็นบ้าน

เขาเขียนถึงทุกๆเรื่องตั้งแต่เรื่องลับบนเตียง เรื่องอาหารการกินจากก้นครัว เรื่องขำขันในห้องนั่งเล่น เรื่องน่ารู้จากห้องรับแขก ถึงสนามหน้าบ้านจนออกถนนก็ไม่พ้นสายตาละเอียดเก็บไว้ไม่ตกหล่น

ทั้งมีข้อคิดอันสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับคนเขียนหนังสือ หนังสือจะสามารถยืนหยัดยืนยงอยู่ได้ส่วนสำคัญคือการเขียนถึงชีวิตอย่างกล้าหาญด้วยมุมมองอันแตกต่างสร้างสรรค์ ให้ข้อคิด ชีวิตมีคำคม คำคมสร้างชีวิต คนทุกคนย่อมมีคติประจำใจมากน้อยตามความมุ่งมาดปรารถนาคล้ายแสงเทียนส่องทางในที่มืด ทั้งช่วยประคับประคองหัวใจให้เกิดพลัง และ ดอกไม้ในถังขยะ ก็ได้มอบช่อดอกไม้ของถ้อยคำไว้มากมาย

"ช่องว่างระหว่างฐานะของบุคคลย่อมมีอยู่เสมอไม่ว่าในแห่งหนไหน(เราคิดอย่างนั้น) และเราจึงไม่เป็นทาสแห่งโมหจริตโดยมีปมด้อยเป็นฝ่ายยุยง"

"การกังวลมันก็เหมือนกับนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก คุณรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนไหว แต่มันไม่เคยพาคุณไปถึงไหนได้เลย คุณควรลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปด้วยขาของตัวเอง นี่ผมก็จำเอามาจากปากคนอื่นเขาพูดกันน่ะคุณแต่ฟังดูไม่เลว"

"ผมเคยถามตัวเองว่าคนเราต้องการอะไรมากไปกว่านั้น เงินหรือเกียรติยศมันก็ไม่วายต้องมีน้ำตาและเสียงหัวเราะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ใช่น้ำตาของเรา ก็เป็นน้ำตาของคนอื่น ไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนอื่น มันก็เป็นเสียงหัวเราะของเรา ชีวิตมันก็เท่านั้น คุณยังหนุ่ม อาจจะนึกฉงน"

"ในบางนาฑี มันไม่ยุติธรรมเลยที่เราจะหมกมุ่นอยู่ในความทุกข์จนมองเห็นแดดเป็นสีดำ...

"ไม่ว่าเราไม่อาจหนีมันได้พ้น"

"ฅนไม่เคยเหน็ดเหนื่อยและไม่เคยหยุดยั้งในการเข่นฆ่าทำลายกันและกัน ฅนเรียนรู้วิธีแปรสภาพสงบราบรื่นให้เป็นสงคราม ฅนเท่านั้นรู้จักก่อกวนความเยือกเย็นให้เป็นความร้อน ฅนไม่เคยพอใจในโทษทัณฑ์ที่ตนได้รับให้เกิดมาเป็นฅน"

"น่าทุเรศคนที่ฆ่าตัวตาย! โลกเบี้ยวใบนี้มีความตื่นเต้นน่ารักน่ารักเสมอถ้าเราพยายามแสวงหา"

ดอกไม้ในถังขยะ หยิบวัตถุดิบจริงมาปรุงรสด้วยเป็นนายเหนือภาษา กรุงเทพฯวันนี้ยังคงติดอันดับหนึ่งทั้งในด้านดีและร้ายๆ ซึ่งไม่ต่างไปจากในอดีตนัก ยังรกเรื้อด้วยสิ่งสกปรก ซึ่ง...แน่นอนว่าแจมเจือด้วยความหอมด้วย

แม้กรุงเทพฯจะเปรียบเหมือนถังขยะใบใหญ่มหึมา แต่ก็ยังเป็นถังขยะที่มีความหมาย คนยังต้องดิ้นรนไปตามความจำเป็นในชีวิต บ้างก็ติดกับดักของเมืองใหญ่ บ้างก็ติดความหลอกลวง บ้างก็รัก บ้างก็เกลียดชัง ทว่ายังต้องใช้ชีวิตปะปนกันในถังขยะใบนี้ ซึ่งยังพอจะมีดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความสวยงามสดชื่นให้แลเห็น และอาจโชคดีหากได้เห็นประกายแสงของความเข้าใจชีวิตในดอกไม้นั้น

"แล้วเขาผสมเหล้ากับโซดา ขณะข้าพเจ้าคิดถึงความน่ารักของกรุงเทพฯ มันดูเหมือนว่าเราจะกินอะไรกันได้ทั้งนั้นถ้ามีเงิน และสำหรับคนที่มีทั้งเงินและอำนาจ...เขาจะกินสิ่งที่เราไม่คาดคิดทีเดียว

"การที่เราจะกินงู นกขมิ้น ตะกวด กระต่าย อีเห็น เม่น หรือสัตว์ป่าพันธุ์ไหนมันไม่น่าประหลาดเลย

"และการที่ใครจะกินหิน เหล็ก แร่ หรือกำไรในลักษณะกรรโชกและผูกขาด มันก็ไม่น่าประหลาดอีกเหมือนกัน"

"ข้าพเจ้าจำเป็นต้องมีอารมณ์ขันอย่างรุนแรงมากสำหรับการมีชีวิตในกรุงเทพฯ หรือใครว่าไม่จริง"

"หอยเป็นสัตว์ที่มีเนื้อน่ากิน รูปโฉมของมันมีเสน่ห์สำหรับคนที่ไม่เกลียดหอย ชีวิตของมันแม้จะเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าเหมือนการพัฒนาในบางประเทศ แต่ก็น่าตื่นเต้นบ้างเหมือนกัน"

ฉันรู้สึกขอบคุณ ที่อ่านหนังสือและนำให้พบกับหนังสือของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ หรือข้อเขียนอื่นๆของเขา นับว่าโชคดีที่ไม่ปล่อยให้ชีวิตหลุดไปจากการอ่านหนังสือที่เปรียบเหมือนเรือล่องนำความเพลิดเพลินและให้ความรู้...

...ใครบางคนเขียนว่า 'การอ่านคือการออกกำลังให้แก่จิตใจ' ฉันเห็นด้วยยิ่งนัก วันไหนไม่อ่านหนังสือก็เหมือนกับการเดินถอยหลังลงคลอง (น้ำเน่าซะด้วย) จงอ่านเถิดหากว่ายังมีสองดวงตาแลเห็น โลกอาจขันเกลียวผู้คนไว้กับเทคโนโลยี กว้างเท่ากับแคบ แคบเท่ากับกว้างอยู่ที่เราเลือกเอง การอ่านจะช่วยคลายเกลียวและไม่ว่าโลกจะแคบหรือกว้างขึ้นก็จะทำให้เห็นคนเห็นโลกมากขึ้นกว่าที่เห็นแน่นอน

'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นผู้ที่เห็นใจและเข้าถึงความเป็นมนุษย์ จากหนังสือ ดอกไม้ในถังขยะ ทั้ง 17 บท เขาเขียนถึงคนทุกอาชีพ อาทิ คนขับรถบรรทุก พ่อค้าแม่ขาย เซลส์แมน ข้าราชการ นักการเมือง ศิลปิน ผู้หญิงกลางคืน และมีความเห็นใจเป็นพิเศษกับคนที่เหนื่อยยากหาเช้ากินค่ำ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียนถึงคนในเมืองหลวง คนที่เพิ่งเหยียบย่างถึงเมืองหลวง หรือคนที่เห็นว่าเมืองหลวงเป็นเพียงทางผ่านชีวิตเท่านั้น

ด้วยสำนวนเฉพาะตัวอันสร้างความสุขอันเพลิดเพลินยิ่งนัก และจะติดสำนวน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เหมือนตังเม จากตัวหนังสือเคยมีรูปแบบพื้นๆ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์จำนวนเท่าเดิม 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้สวมชุดใหม่ใส่ทรงเครื่องให้แก่ภาษา ชุดที่ทำให้ผู้อ่านลิงโลดทั้งยังสามารถขยับขยายพื้น มุมมองและความคิด เขาได้สร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ขึ้นมา เผ่าพันธุ์สุดเท่ที่ครองใจนักอ่านชั่วกาล

ดอกไม้ในถังขยะ เป็นหนึ่งในจำนวนหนังสือรวมเล่มกว่าร้อยปก ดอกไม้ในถังขยะเขียนถึงกรุงเทพฯ (ที่กลายวันวานสำหรับคนปัจจุบัน) เรื่องราวในอดีตของเมืองหลวงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้หล่อเลี้ยงความสุขสำราญของผู้อ่าน และอาจได้ครุ่นคำนึงถึงความทุกข์ร้อนของคนเมืองและจะดีกว่าหากคิดที่จะร่วมกันสร้างสรรค์เมืองและชีวิตให้ดีขึ้น

ดอกไม้ในถังขยะ คือการให้ความหวังและมองเมืองหลวงในเหลี่ยมซ้อนอันเบิกบาน เยาะเย้ยอย่างขำๆ จึงเป็นการมองโลกให้เห็นงาม ความงามในความโสโครก ความรื่นรมย์ที่เป็นยาแทรกอยู่ในรสขม 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้มีหัวใจละมุน ได้มอบความงามที่จีรังมากกว่าลมหายใจไว้ให้นักอ่านไว้กับตัวหนังสือที่ไม่มีวันตาย