ความผูกพันบนผืนผ้า ของ นิภา แห้วเพ็ชร

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

สาวเก่งวัย 29 ปี "นิภา แห้วเพ็ชร" เจ้าของเพจ "ผ้าทอจกโบราณ ลายประยุกต์" ในเฟซบุ๊ค เป็นลูกหลานของชาวลาวครั่ง มีความรักและความผูกพันกับผ้ามาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากการทอผ้าถ่ายทอดผ่านความสัมพันธ์ในครอบครัว จากแม่สู่ลูก ส่งต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน ผืนผ้าทอจึงได้ปรับแปรเปลี่ยน จากผ้าพื้นธรรมดามาเป็นการค้นคิดลวดลายวิจิตร และตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบมา

แม้ว่าทุกวันนี้ ผ้าที่คนไทยนำมาใช้สอยส่วนใหญ่ จะออกมาจากโรงงานที่อาศัยเครื่องจักร แต่ผ้าไทยที่ถักทอขึ้นมาจากสองมือก็ยังคงมีอยู่ทุกภูมิภาค และกลับได้รับความนิยมใช้มากขึ้น ด้วยการเห็นคุณค่าของงานหัตถศิลป์ ที่แต่ละชิ้นงานมีความงดงามวิจิตรบรรจง อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน

ชาวลาวครั่งผูกพันกับการทอมาช้านาน มีความหลากหลายในเรื่องลวดลายและเทคนิควิธีการทอ เพราะมีทั้งฝ้ายและไหมที่เป็นองค์ประกอบของการทอ เทคนิคที่ใช้มีทั้งการจกและมัดหมี่ ผ้าที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของชาวลาวครั่งก็คือผ้าซิ่นมัดหมี่ต่อตีนจก ผ้าซิ่นชนิดนี้ตัวตีนซิ่นจกทอด้วยเส้นไหมซึ่งผ่านการมัด ให้เป็นลวดลายแล้วทอสลับกับ การขิด ซึ่งเป็นลายเส้นตั้ง จากนั้นต่อด้วยตีนจกซึ่งทอด้วยฝ้าย ส่วนใหญ่นิยมทำพื้นเป็นสีแดง และทำลวดลายทรงเรขาคณิตซึ่งจะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ผ้าซิ่นตีนจกแดงนี้บางครั้งก็ มีการทอตัวซิ่นเป็นผ้าไหมมัดหมี่ล้วนไม่สลับกับขิดก็ได้

ส่วนซิ่นอีกประเภทหนึ่งคือ ซิ่นดอกดาว ซึ่งนิยมทอสีพื้นด้วยสีเข้มแล้วจกลายสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้วยโทนสีที่อ่อนเข้ม สองถึงสามสีเป็นการลอกเลียนแบบท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้า นอกจากผ้าซิ่นแล้ว ชาวลาวครั่งยังนิยมทอผ้าห่ม ซึ่งมักทอเป็น ผืนใหญ่มีลาย ท้องฟ้าและลายเชิงชาย มักจะใช้สีที่ตัดกันมีสีอื่นแซมประปราย สำหรับผ้าม่านทอเป็นลวดลายรูปสัตว์ต่างๆแต่เดิมนั้นเป็นของที่ชาวลาวครั่งทอมาถวายวัด ปัจจุบันชาวลาวครั่งทอผ้าม่าน เพื่อขายซึ่งจะทอเมื่อมีผู้สั่งเท่านั้น

นิภาบอกเราว่า "ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดศิลปะการทอผ้าจากแม่สู่ลูกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะแม่จะสอนให้ ทอผ้า สืบหูก กรอด้าย ประกอบกับลายที่มีความสวยงามและแต่ละลายมีความหมาย ตามลายผ้า แม้แต่การนุ่งก็มีความหมายเช่นกัน ผ้าลาวครั่งจะมี 2 ชิ้นเย็บติดกัน ส่วนที่เป็นสันกระดูกงู จะต้องเอาไว้ด้านหลังตรงกลางระหว่างก้น คำบอกต่อของผู้เฒ่าผู้แก่ คือผู้ที่ใส่ผ้าทอส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสาว อาจจะมีหนุ่มๆมาแอบชอบแล้วเล่นของเสน่ห์ยาแฝด จึงต้องมีการนุ่งซิ่นดังกล่าวเพื่อแก้เคล็ดเสน่ห์ยาแฝด"

หลายๆท่านที่ซื้อผ้าทอมือมาใช้ แล้วเกิดปัญหาสีตก นิภาแนะนำวิธีป้องกันดังนี้ค่ะ 

1.    เทผลิตภัณฑ์สำหรับแช่ผ้า ลงในกะละมังน้ำอุ่น (40-60 ?C) แล้วคนให้ทั่ว (ควรใช้อุณหภูมิน้ำให้เหมาะกับชนิดผ้า) 
2.    สวมถุงมือยาง แช่ผ้าให้จมใต้น้ำตลอด 15 นาที และคนผ้าเป็นครั้งคราว 
3.    ซักผ้าให้สะอาด แล้วตากตามปกติตากบนราวผ้า จับผ้าให้ตึงทั้งสี่มุม ควรตากผ้าในร่มห้ามตากให้โดนแสงแดดโดยตรง หามุมที่มีลมโกรกและกลับเอาด้านในของผ้าออก เมื่อผ้าแห้งดีแล้ว ลองดมดูถ้ามีกลิ่นอับ แสดงว่าซักน้ำไม่สะอาด

การรีดผ้าฝ้ายควรรีดในขณะที่ผ้ายังมีความชื้นอยู่ เพราะจะทำให้ลื่นและรีดเรียบง่ายขึ้น โดยใช้น้ำพรมให้ทั่ว (ใช้กระบอกพรมน้ำเป็นฝอยจะทั่วดี) ม้วนผ้าไว้ก่อนให้น้ำซึมทั่วผืน (อย่าให้ชุ่มเกินไป) ทิ้งไว้ราว 10-20 นาที แล้วจึงรีด โดยรีดด้านในของผ้าด้วยไฟค่อนข้างแรง สังเกตจากปุ่มเตารีด เขียนว่า HOT หรือ COTTON รีดไปตามลายเส้นผ้า จนเรียบทั้งผืน ผ้าฝ้ายไทยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาเคมีฉีดเวลารีดจะทำให้ผ้ากระด้าง หรือด่างเป็นจุดๆ เพียงเท่านี้เราก็จะใช้ผ้าไหมผ้าฝ้ายทอมือได้อย่างสวยงามค่ะ