ชุด 60 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร

เพื่อนบ้าน
วิถีไทย-วิถีอาเซียน

สำหรับคนทั่วไป การได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศสักครั้ง หมายถึงการได้เปิดหูเปิดตาท่องไปในโลกกว้างได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ มีความสนุกสนานกับการได้ท่องเที่ยว ดูงาน และสร้างสมประสบการณ์ตามสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจ แต่สำหรับเจ้านายพระราชนิกูลพระองค์หนึ่งซึ่งทรงใช้เวลาในรอบ 1 ปี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศต่างๆเป็นมากเสียยิ่งกว่าการเดินทางธรรมดาๆ เพราะมันหมายถึงประโยชน์สุขเพื่อมวลมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา และกลายเป็นพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มากขึ้นๆตามคืนวันที่ผ่านไป

นับตั้งแต่ พ.ศ.2516 ซึ่งทรงได้รับพระบรมราชานุญาตให้เสด็จฯไปทรงเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีบทบาทอย่างยิ่งในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ อันมีผลทำให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือและเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันเป็นอย่างดี ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามและพระราชหฤทัยใฝ่เรียนรู้อยู่เป็นนิตย์ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความชื่นชมในสายตาของประชาคมโลก แม้ในอดีตบางประเทศจะมีสัมพันธภาพต่อกันไม่ราบรื่นนัก แต่ภายหลังจากการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือน ความเป็นมิตรไมตรีก็บังเกิดขึ้นอย่างอบอุ่น

มีกระแสรับสั่งในพระราชนิพนธ์ ไทยเที่ยวพม่า ความตอนหนึ่งว่า "การที่ประเทศจะเป็นมิตรหรือเป็นข้าศึกกันนั้นก็ย่อมมีเหตุปัจจัยอันมีองค์ประกอบต่างๆ ถ้าผลประโยชน์ขัดแย้งกัน อาจเป็นอริรบพุ่งกันได้ ถ้าเหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปรูปแบบความสัมพันธ์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย พม่าและไทยเป็นตัวอย่างดี แม้เคยเป็นคู่สงครามกันมาก่อน บัดนี้ก็มีไมตรีต่อกัน ตลอด 11 วัน ข้าพเจ้ารู้สึกว่าวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกัน ประชาชนก็คล้ายๆกัน จึงควรที่จะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดสันติสุขความเจริญของทั้งสองประเทศและทั้งภูมิภาค เรื่องสงครามในอดีตก็พึงระลึกไว้เพียงเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สำนึกตระหนักถึงความยากลำบากของบรรพบุรุษที่ได้ธำรงรักษาแผ่นดินไว้ เป็นที่อยู่อาศัยของเราจนทุกวันนี้เท่านั้น"

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อันเปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นมาแต่อดีต อีกทั้งมีความใกล้ชิดกันทั้งสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวมทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ พระราชทานความช่วยเหลือแก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในรูปแบบต่างๆมาอย่างยาวนาน อาทิ โครงการในพระราชานุเคราะห์ด้านการพัฒนาการเกษตร การศึกษา การสาธารณสุข ทรงเอาพระทัยใส่ติดตามผลการดำเนินงานในโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จึงทรงเป็นที่รักและชื่นชมของประชาชนคนลาวเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากคำกล่าวของ คุณพูมี วงวิจิต ผู้รักษาการประธานประเทศในช่วงเวลาหนึ่งที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนว่า

"สำหรับองค์พระเทพฯแล้ว ไม่มีส่วนใดในแผ่นดินลาวที่จะเป็นความลับสำหรับพระองค์ท่าน แต่บางแห่งที่จัดให้เสด็จฯไม่ได้ เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของพระองค์เป็นเรื่องแรก รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ถวายการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ โดยเฉพาะอย่างเต็มที่และเต็มใจยิ่งในทุกๆทาง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการถวายความสะดวก การถวายอารักขา และการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนการตกแต่งประดับประดาสถานที่ต่างๆ"

การเสด็จฯไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในครั้งนั้น ได้เสด็จฯไปหลายแห่ง โดยเฉพาะในนครเวียงจันทน์ มีการแขวนป้ายคำขวัญต้อนรับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสดุดีความสัมพันธ์ไทย-ลาว และประดับธงมากกว่าที่เคยมีมาในการต้อนรับอาคันตุกะอื่น โปรดการเสด็จฯไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหลายครั้ง ทรงเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วยวัฒนธรรมอันงดงามได้อย่างคุ้นเคยและเป็นกันเอง ทรงร่วมงานประเพณีกันฉันบ้านพี่เมืองน้องในเทศกาลปีใหม่ ทรงร่วมร้องเพลง และรำวง สร้างความสนุกสนานและเป็นกันเองโดยมิได้ถือพระองค์แต่อย่างใด

เนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของนักวิเคราะห์วิจัย ทุกครั้งที่เสด็จฯไปทรงเยือนนานาประเทศ จะทรงเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆด้วยพระองค์เอง ทรงจดบันทึกเหตุการณ์ สถานที่ สิ่งแวดล้อม และบุคคลที่ทรงพบเห็น ทั้งตัวหนังสือ และภาพถ่าย ทรงรวบรวมนำมาเรียบเรียงเป็นพระราชนิพนธ์ ทรงวิเคราะห์วิจารณ์ ทรงแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆในพระราชนิพนธ์ทุกเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าทรงมีความเข้าใจในวัฒนธรรม ประวัติความเป็นมา และวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศที่เสด็จฯไปทรงเยือน เป็นองค์ความรู้ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง พระราชนิพนธ์ของพระองค์ได้เพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้อ่านเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง โดยบทพระราชนิพนธ์บางเล่มได้รับเลือกให้เป็นหนังสือแบบเรียนนอกเวลาของสถานศึกษาระดับต่างๆอีกด้วย

มีพระราชประสงค์ที่จะให้การเสด็จฯไปทรงเยือนต่างประเทศของพระองค์เป็นสิ่งซึ่งประชาชนคนไทยได้รับความรู้ จึงทรงถ่ายทอดความรู้นั้นสอดแทรกอยู่ในพระนิพนธ์ของพระองค์ ผู้อ่านจะได้ทั้งสาระ แง่คิด และความสนุกสนานเพลิดเพลินกอปรด้วยพระอารมณ์ขัน และความลุ่มลึก ด้วยศิลปะการประพันธ์ที่เปี่ยมด้วยภาษาอันไพเราะจนสามารถมองเห็นภาพและจินตนาการตามอักษรที่ทรงร้อยเรียงได้อย่างมีชีวิตชีวา เฉพาะประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เสด็จฯไปทรงเยือนไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง และยังทรงศึกษาภาษาจีน ทั้งภาษาพูด และภาษาเขียนอย่างลึกซึ้ง รวมถึงทรงสนพระทัยด้านศิลปวัฒนธรรมของจีนเป็นพิเศษ ถึงกับทรงนำนวนิยายดังของจีนมาแปลเป็นภาษาไทยหลายเล่ม อาทิ หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า ผลงานของ หวัง อันอี้ เรื่องราวของเด็กน้อยผู้กลายเป็นวีรชนของหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1960 เรื่อง ผีเสื้อ สะท้อนภาพสังคมจีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม หยกใสร่ายคำ บทพระราชนิพนธ์แปลจากกวีนิพนธ์จีนโบราณ ถ่ายทอดความรู้สึก อารมณ์ และปัญหาของยุคสมัย เมฆหิน น้ำไหล สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมจีนอันเป็นผลจากนโยบายที่ทันสมัย และ นารีนครา ผลงานของนักเขียนหญิงชื่อ ฉือลี่ ซึ่งโด่งดังมาก สะท้อนภาพสังคมและความงดงามของความเป็นหญิงซึ่งมีบทบาทหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่ ภรรยา และความเป็นเพื่อนแท้ ผ่านตัวละครสามตัวที่เป็นตัวแทนของหญิงรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ ทรงคาดหวังว่า หนังสือแปลเล่มนี้จะเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทยในแง่ประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ยังทรงมีพระดำริที่จะแปลเรื่องของนักเขียนสตรีจีนเพิ่มขึ้นอีกสักเรื่องหรือสองเรื่อง

คุณกวน มู่ เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นหนึ่งในพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ไทยพระองค์หนึ่งที่ประชาชนชาวจีนเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง ทรงสร้างคุณูปการในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างชาวจีนและชาวไทย ทุกครั้งที่เสด็จฯไปทรงเยือนจีน ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือบันทึกการเสด็จฯ ทำให้เกิดกระแสจีนนิยมในประเทศไทย และส่งผลให้กระแสนิยมภาษาจีนในประเทศไทย และวัฒนธรรมจีนได้เผยแพร่ออกไป มีประชาชนคนไทยจำนวนมากสนใจที่จะเรียนภาษาจีน ไปเที่ยวเมืองจีน ขณะที่อาหารไทย ละครไทย และเสื้อผ้าไทยก็กลายเป็นที่นิยมและเป็นแฟชั่นในสังคมจีนเช่นกัน

ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานของประเทศนั้นๆจะจัดการรับเสด็จ และจัดหมายกำหนดการเสด็จฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างสมพระเกียรติเพื่อให้การเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆเป็นประโยชน์คุ้มค่า ทรงได้รับการยกย่องสรรเสริญในพระปรีชาสามารถ และด้วยพระจริยาวัตรอันงดงามและทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่ายจึงได้รับความปลาบปลื้มและชื่นชมจากประชาชนที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับเสด็จเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยและชื่อเสียงของพระราชวงศ์ของไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายพระเกียรติระบือขจรไกล ซึ่งยังคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อพระราชวงศ์อย่างอเนกอนันต์ และเป็นแบบอย่างอันงดงามต่อบุคคลในสาขากิจการระหว่างประเทศและการทูตที่จะเดินรอยตามพระจริยาวัตรอย่างหาที่สุดมิได้สืบไป