นานาเทคนิค ยืดอายุแบตเตอรี่

หญิงไทยไอที

คุณผู้อ่านเคยสงสัยบ้างไหมครับว่า ทำไมบางคนใช้มือถือหรือโน้ตบุ๊คได้เป็นปีๆโดยไม่มีปัญหาเรื่องแบตฯ เสื่อมเลย ในขณะที่บางคนใช้มือถือหรือโน้ตบุ๊คแค่ 6 เดือนก็พบปัญหาเรื่องแบตฯ ไม่เก็บพลังงานซะงั้น

เรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อ (ที่ไม่น่าเชื่อ) ครับ คือผมพบผู้ใช้โน้ตบุ๊คที่แบตฯเสื่อม ทั้งที่เพิ่งถอยโน้ตบุ๊คมาได้แค่ 6 เดือน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มีโอกาสถามคุณผู้ใช้ท่านที่เป็นเจ้าของเครื่องท่านนี้ว่าปกติแล้วเขาชาร์จแบตฯอย่างไร

คำตอบที่ได้รับทำเอาอึ้งในความพยายามของผู้ใช้ท่านนั้นเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะเขาค้นวิธีการชาร์จแบตฯจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อมูลที่ได้ไม่เหมาะกับแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค (แบตฯมันมีหลายชนิดครับ) คือเขาจะใช้โน้ตบุ๊คจนแบตฯหมด จากนั้นก็ชาร์จใหม่ให้เต็ม แล้วก็ใช้งานโน้ตบุ๊คต่อจนแบตฯหมดก่อนชาร์จใหม่ให้เต็มรอบแล้วรอบเล่า (วิธีนี้เป็นการชาร์จแบตฯ ประเภท NiCd) จนผ่านไป 6 เดือน แบตฯก็เสื่อมอย่างชนิดที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากเปลี่ยนใหม่

หลังจากเปลี่ยนแบตฯใหม่ให้แล้ว ผมก็แนะนำวิธีการชาร์จแบตฯที่ถูกต้องสำหรับแบตฯประเภท Litium ให้กับคุณผู้ใช้ท่านนั้นไป ซึ่งเขาก็ทำท่าเข้าใจด้วยการพยักหน้า ก่อนจะกลับมาพบกับผมอีกครั้งหลังจากผ่านไป 6 เดือน ด้วยปัญหาเดิมคือ แบตฯเสื่อม...

สรุปคือผู้ใช้ท่านนั้นเชื่ออินเทอร์เน็ตมากกว่าผมครับ งานนี้เลยไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้ใช้ท่านนั้นดี เพราะเรื่องความเชื่อนี่แก้กันยากจริงๆ

ในเมื่อไม่สามารถแก้ไขความเชื่อของคุณผู้ใช้ท่านนั้นได้ ผมก็ขอมานำเสนอความเชื่อใหม่ให้คุณผู้อ่านบางท่านดีกว่าครับ เพราะท่าทางจะแก้ไขง่ายกว่า!!!

เทคนิคในการยืดอายุอายุแบตเตอรี่ของมือถือหรือโน้ตบุ๊คมีดังต่อไปนี้

  1. ห้ามใช้แบตฯจนพลังงานหมด เพราะถ้าแบตฯหมดบ่อยๆ จะทำให้ความสามารถในการเก็บประจุพลังงานจากการชาร์จแบตฯทำได้น้อยลง จนถึงระยะเวลาหนึ่ง แบตฯก็จะไม่สามารถเก็บประจุได้อีกเลย (คือแบตฯเสื่อมนั่นเอง)
  2. อย่าปล่อยให้พลังงานในแบตฯลดต่ำกว่า 40% แล้วค่อยชาร์จ นอกจากไม่ปล่อยให้แบตฯหมดแล้ว ยังต้องไม่ปล่อยให้พลังงานลดต่ำกว่า 40% อีกด้วย เพราะถ้าพลังงานต่ำว่าจุดนี้ แบตฯก็จะเสื่อมเร็วเช่นกัน ถึงจะไม่เร็วเท่ากับการปล่อยให้แบตฯหมดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ก็ถือว่าเสื่อมเร็วเช่นกัน
  3. ชาร์จแบตฯทุกครั้งที่มีโอกาส สำหรับโน้ตบุ๊ค เราควรชาร์จแบตฯเอาไว้ตลอดเวลาที่เราใช้งาน โดยไม่ต้องเกรงว่าแบตฯจะรับพลังงานมากเกินไป ทั้งนี้เพราะโน้ตบุ๊คจะมีระบบตัดการชาร์จพลังงานอยู่แล้ว ดังนั้น ชาร์จไปเถอะครับ ไม่ต้องกลัวพลังงานเกิน ส่วนมือถือ ไม่แนะนำให้ชาร์จในขณะที่กำลังใช้งานอยู่ เพราะโทรศัพท์มือถือเป็นระบบไร้สาย ถ้าชาร์จไปคุยไป จะกลายเป็นโทรศัพท์มีสายขึ้นมาทันที แถมบางทีอาจเผลอกระชากสายไฟจนที่ชาร์จเสียหายก็เป็นได้ แต่ถ้าไม่ใช้งานแล้วจะชาร์จไปเรื่อยๆก็ไม่เสียหาย
  4. พยายามให้แบตฯเต็มอยู่เสมอ สืบเนื่องมาจากข้อ 3 คือ ถึงเราจะไม่ได้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ก็ให้ชาร์จเอาไว้เรื่อยๆ ซึ่งเราไม่ต้องห่วงเรื่องแบตฯได้รับพลังงานจนระเบิด ถ้าอุปกรณ์ที่เราใช้เป็นอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน
  5. ใช้แบตเตอรี่แท้ ในกรณีที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตฯใหม่ เช่น แบตฯเดิมเสื่อมไปแล้ว แต่มือถือหรือโน้ตบุ๊คของเรายังดีอยู่ เราสามารถเปลี่ยนแบตฯได้ แต่เน้นเลยนะครับว่า ต้องเป็นของแท้เท่านั้น เพราะที่มีปัญหาแบตฯระเบิด ตอนใช้งานไปนานๆ ทั้งที่ไม่ได้เอาเครื่องไปถูกน้ำที่ไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เราอยากประหยัดด้วยการไปซื้อสินค้าเลียนแบบมาใช้แทน ซึ่งสินค้าเลียนแบบส่วนใหญ่จะไม่ได้มาตรฐาน (ยกเว้นสินค้าที่ได้รับการการันตีจากผู้ผลิตโดยตรง หรือสินค้าที่มีแบรนด์ที่เชื่อถือได้)
  6. ใช้ที่ชาร์จของแท้ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่หลายคนอยากประหยัดด้วยคิดว่าสายชาร์จนั้นเป็นอุปกรณ์ภายนอก จึงไม่จำเป็นต้องใช้ของแท้ก็ได้ (ของเลียนแบบถูกกว่าตั้งเยอะ) เรื่องนี้ผมเคยไปคุยกับร้านขายอุปกรณ์พวกนี้ แล้วก็ถามตรงๆเลยว่า ของจริงกับของเลียนแบบต่างกันอย่างไร คำตอบที่ได้รับก็ตรงกับที่เคยได้ยินจากที่อ่านตรงที่ของเลียนแบบจะให้พลังไฟไม่แน่นอน จากนั้นคุณเจ้าของร้านใจดีก็หยิบที่ชาร์จแบบของเลียนแบบมาให้ดู 2-3 อัน เพื่อทำการทดสอบกันเห็นๆ ก็พบว่าพลังไฟที่ได้จากที่ชาร์จแต่ละอันไม่เท่ากัน ทั้งที่เป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องแบบนี้จะไม่มีในของจริงครับ
  7. สรุปคือ สายชาร์จของเลียนแบบให้พลังไฟไม่แน่นอน แถมอาจสร้างความเสียหายให้อุปกรณ์ของเราได้อีกด้วย
  8. เสียบปลั๊กให้ถูกวิธี คือให้เอาด้านปลั๊กไฟไปเสียบกับเต้ารับที่ฝาผนังก่อนนำมาเสียบที่อุปกรณ์ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างมากก็ที่ชาร์จเสีย

อย่าเสียบผิดด้านคือเสียบที่อุปกรณ์ก่อนแบบที่ผมเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้ที่ต่างประเทศ เรื่องนี้ผมเคยเล่าไปหลายที่แล้วครับ คือไปต่างประเทศแล้วเสียบปลั๊กผิดด้าน เท่านั้นยังไม่พอ ยังเสียบผิดรูอีก เพราะหัวปลั๊กตัวผู้ที่ใช้เป็นแบบ 3 ขา แล้วปลั๊กตัวเมียของทางนั้นก็เป็น 3 รู ซึ่งถ้าเป็นปลั๊กตัวผู้ที่จำหน่ายในประเทศเขาก็จะไม่มีปัญหาการเสียบผิดทางอย่างแน่นอน แต่ผมนำปลั๊กจากประเทศไทยที่ระบุว่าเอาไปใช้ในประเทศนั้นได้ไปใช้งาน ปัญหาคือมันเสียบมุมไหนก็ได้) ตอนจะเสียบปลั๊กก็มัวแต่คุยเพลิน ไม่ได้สังเกตอะไรทั้งสิ้น ดันเอาเขี้ยวสายดิน ไปเสียบเข้าสายไฟ แถมเสียบสายชาร์จเข้ากับโน้ตบุ๊คเรียบร้อยแล้วด้วย ปรากฏว่านอกจากทำไฟเขาดับไปทั้งออฟฟิศแล้ว โน้ตบุ๊คที่ใช้งานก็เปิดไม่ได้อีกเลย โชคดีที่เครื่องเป็นประเภทพันธุ์อึด แค่ถอดแบตฯแล้วเสียบกลับเข้าไปก็ใช้งานได้อีกครั้ง (แต่ก่อนจะกลับมาใช้ได้ก็หน้าซีด ใจสั่น หัวใจไปกองอยู่ปลายเท้าแล้ว) งานนี้โชคดีไม่มีอะไรเสียหาย เพราะถ้าโชคร้ายแบตฯอาจไหม้ก็เป็นได้

จบแล้วครับเรื่องเทคนิคการยืดอายุแบตฯ คุณผู้อ่านค่อยๆอ่านแล้วทำตามได้เลยนะครับ รับรองว่านอกจากแบตเตอรี่จะอยู่กับเราได้นานๆแล้ว อุปกรณ์ที่เราใช้ก็จะอยู่กับเรานานๆอีกด้วย