10 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอนาคต

ตอนที่ 1
หญิงไทยไอที

สมัยเรียน อาจารย์ที่สอนผมมักพูดเสมอว่า "เทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็ทำตามนวนิยายวิทยาศาสตร์ หรือไม่ก็ในหนัง" ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยสนใจมาก่อน (เรียกว่าดูหนังเอาสนุกเพียงอย่างเดียว) จนกระทั่งอาจารย์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลยทำให้ผมนึกทบทวนถึงบรรดาภาพยนตร์กับหนังสือนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่เคยอ่าน แล้วก็ต้องเห็นด้วยกับอาจารย์ เพราะหนังแต่ละเรื่องที่ชอบเอาเทคโนโลยีแปลกๆมาแสดงผ่านหน้าจอในสมัยก่อน เดี๋ยวนี้เริ่มมีของจริงให้เราเห็นกันบ้างแล้ว

ดูอย่างเรื่อง Star Trek รุ่นกัปตัน Jean-Luc Picard (ออกเสียงว่า ฌอง ลุค พิคาร์ค) ที่จะมีคอมพิวเตอร์แบบมือถือ เวลาจะใช้งานก็จิ้มๆ บนหน้าจอแล้วดูผลการคำนวณ ซึ่งเป็นหนังซีรี่ส์ช่วงปี 1987-1994 ที่ยังไม่มี iPad บนโลกใบนี้ กว่า iPad จะวางจำหน่ายก็ปี 2010 แล้วครับ

ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า iPad นั้นเอาความคิดจากเรื่อง Star Trek มาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ มันคล้ายกันมาก

แต่เรื่อง iPad เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องเก่าไปแล้วครับ หญิงไทยไอทีคราวนี้ผมขอเล่าเรื่องใหม่ๆ ที่บางเรื่องก็มีให้ใช้งานแล้ว และบางเรื่องก็คาดว่าจะมีของจริงให้ใช้กันในไม่กี่ปีในอนาคต ที่สำคัญเขาเชื่อกันว่า เทคโนโลยีพวกนี้จะเปลี่ยนโลกได้เลยเชียว

เรามาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

1. Autonomous Robot (หุ่นยนต์อัตโนมัติ) คำจำกัดความของหุ่นยนต์อัตโนมัติที่ผู้เชี่ยวชาญท่านกำหนดไว้คือ เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานบางอย่างได้โดยไม่ต้องให้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมการทำงาน (อธิบายง่ายๆ คือเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถตัดสินใจทำงานบางอย่างได้เอง) เทคโนโลยีนี้จะว่าไปก็พอมีใช้กันบ้างแล้วในปัจจุบัน เพียงแต่เราไม่ค่อยได้เห็นกันทั่วๆไปเท่านั้นเอง เพราะหุ่นยนต์พวกนี้มักจะไปฝังตัวเองอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์อะไรพวกนั้น โดยหุ่นยนต์พวกนี้จะอยู่รูปแบบที่มีเพียงแขน เรียกว่า แขนกล ซึ่งสามารถทำงานประกอบรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว แถมทำงานได้ทุกวันทุกเวลาโดยไม่มีเสียงบ่น เพราะเขาไม่ได้ใส่ปากมาให้กับหุ่นยนต์พวกนี้ (อันนี้ล้อเล่นนะครับ เพราะถึงใส่ปากมาให้ หุ่นยนต์ก็คงไม่บ่นแน่นอน) แต่พวกนี้ถือเป็นหุ่นยนต์ธรรมดาๆ มาก เมื่อเทียบหุ่นยนต์อัตโนมัติแบบดังๆที่ชื่อ "คิวริออสซิตี้" ซึ่งเป็นหุ่นยนต์สำรวจดาวอังคารที่ไม่ได้มีเพียงแขนกล แต่ติดล้อติดกล้องด้วย ส่วนจะเป็นอย่างไรดูได้จากในรูปครับ

2. 3D Printer (เครื่องพิมพ์ 3 มิติ) สำหรับเครื่องที่ใช้พิมพ์รูปหรือข้อความลงกระดาษนั้นเป็นเครื่องพิมพ์แบบ 2 มิติธรรมดาๆ ที่เราๆท่านๆเห็นกันจนชินตาแล้ว ตอนนี้มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติออกมาแล้วครับ โดยความสามารถหลักๆ คือ พิมพ์สิ่งของออกมาให้เป็นรูปร่างๆ แบบที่สามารถจับต้องสัมผัสได้จริงๆ เช่น ถ้าสั่งพิมพ์แจกัน เราก็จะได้แจกันที่สามารถเอาดอกไม้ไปปักใส่ได้เลย ซึ่งเรื่องเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี่ไม่ได้เอาไว้พิมพ์อะไรเล่นสนุกๆนะครับ แต่เขาไปเอาไว้พิมพ์สิ่งของเพื่อจะได้ดูว่าถ้าผลิตของสิ่งนี้ออกมาแล้ว จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะเรียกว่าเป็นของต้นแบบ (ภาษาวิชาการเรียก Prototype) ก็คงไม่ผิดนัก ส่วนหน้าตาของเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี่ไม่ค่อยจะเหมือนเครื่องพิมพ์แบบที่เราเห็นกันทั่วไปหรอกนะครับ (ดูในรูปสิครับ)

3. Flying Cars (รถบินได้) เรื่องนี้คงเป็นที่ถูกใจใครต่อใครในกรุงเทพฯเป็นอย่างมาก เพราะคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตกันอยู่บนท้องถนน แค่ระยะทางเพียง 2 กิโลเมตร บางคนเคยใช้เวลาอยู่บนรถยนต์ถึง 2-3 ชั่วโมงมาแล้ว (ใครไม่เชื่อให้ลองไปแถวๆประตูน้ำตอน 1 ทุ่มดู)

จริงๆ แล้วรถบินได้นี่ไม่ใช่ความคิดใหม่นะครับ เรื่องนี้เคยมีคนคิดสร้างเอาไว้ตั้งแต่ ปี 1926 (พ.ศ.2469) คือสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ใหม่ๆ โดย Henry Ford (คนเดียวกับที่สร้างรถยนต์ Ford) ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่คุณ Henry Ford ก็เคยทำนายเอาไว้ว่า สักวันหนึ่ง รถยนต์กับเครื่องบินจะถูกรวมกันเป็นรถยนต์ที่บินได้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นความจริงแล้วครับ ใครอยากเห็นสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.aeromobil.com/

ขอเริ่มจากเทคโนโลยีแบบเบาะๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวฉบับหน้า จะมาคุยกันเรื่องเทคโนโลยีที่อาจทำให้เราอึ้งไปเลยก็เป็นได้ แล้วพบกันใหม่นะครับ ^_^