ไหมย้อมครั่ง เมืองสุรินทร์

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

บ้านเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ผู้หญิงนุ่งซิ่น หมี่โฮลหรือหมี่คั่นที่ทอใช้เอง มีริ้วเป็นลายเฉียงๆ เรียกว่า ลายคำอ้อย แต่ถ้าเป็นลายริ้วทางยาวๆธรรมดา ประเภทหมี่เข็น เรียกว่า อันลุยซีม หมายถึง ผ้าลายริ้วแบบสยาม ต้นแบบของผ้าโฮล ซึ่งชาวเขมรรับไปจากแบบผ้าซิ่นหมี่เข็นหรือหมี่คั่นของไทย เพราะลายผ้าแบบเขมรของชาวบ้านนั้นไม่มีลาย นอกจากลายริ้วเป็นทางยาวๆ และเปลี่ยนลายตามริ้วบ้างเล็กน้อยด้วยการขยายลายทางให้กว้างขึ้น

นอกจากนี้มีผ้าทอเป็นลายตารางเล็กๆ แบบต่างๆ เช่น ผ้าสาคู ผ้าอันปรม ผ้าสมอ ผ้าละเบิกซึ่งเรียกลายสี่เหลี่ยมเป็นจุดเล็กๆว่า ลายเก๊าะหรือลายขอ ส่วนผ้ามัดหมี่หรือผ้าโฮลเปร๊าะ มีลายสัตว์ เช่น นกยูง ช้าง ไก่ นก ม้าบิน ผีเสื้อ และลายนาค 2 หัว ที่มีหางไขว้ตรงกลาง ถ้าลายต้นไม้ นิยมลายต้นสน

การสืบทอดการย้อมสีธรรมชาติ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความนิยม "ลายโฮล" (ลายเขมร) ซึ่งรู้จักกันในนาม "ราชินีแห่งผ้าไหมสุรินทร์" โดยปกติลายโฮล มักใช้สีธรรมชาติ อาทิ สีแดงได้จากครั่ง สีน้ำเงินได้จากคราม และสีเหลืองได้จากมะโหด ทั้งนี้มีข้อห้าม และความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนในการย้อม และการทำสีธรรมชาติ อย่างเช่น ห้ามพูดคำที่ไม่สุภาพหรือคำหยาบระหว่างการย้อม โดยเฉพาะการย้อมครั่ง ซึ่งทำให้ผ้าไหมออกสีชมพูหรือแดง

ครั่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า แลกซิเฟอร์ แลคคา (Laccifer lacca Kerr) เป็นแมลงชนิดหนึ่งตัวสีแดง ขนาดเล็กมาก อาศัยอยู่บนต้นไม้ ทำรังเป็นยางแข็งหุ้มกิ่งไม้ไว้เพื่อป้องกันตนเองให้พ้นภัยจากศัตรู ตัวครั่งมีประโยชน์ คือใช้ทำสีสำหรับย้อมผ้าไหมได้ รังครั่งมีประโยชน์ ใช้ทำสิ่งของได้หลายอย่างใช้เคลือบผ้าพันสายไฟฟ้า หรือเคลือบเม็ดยาให้เป็นมัน หรือทำสีผสมอาหาร นอกจากนั้นยังใช้ทำสิ่งของได้อีกมากมายหลายชนิด และที่สำคัญคือครั่ง ใช้ทาไม้ให้ขึ้นเงางดงามใช้ได้ทนทาน

ครั่ง ถือว่าเป็นของใช้กันมาตั้งแต่โบราณด้วยคุณสมบัติที่จะละลายเมื่อถูกความร้อน และจะแข็งตัวเมื่อเย็นลง คนสมัยโบราณใช้ครั่งสำหรับการปิดผนึกของสำคัญๆ นับตั้งแต่ของส่วนตัวไปจนถึงทรัพย์สมบัติที่มีค่าของประเทศ

ในการทำผ้าไหมสุรินทร์นั้น ช่างทำผ้าไหม นำครั่งมาใช้ในการย้อมผ้าไหม ให้ได้สีชมพู โดยมีวัสดุต่างๆ เช่น ครก สาก น้ำร้อน ผ้ากรอง ภาชนะเก็บสีที่ได้ใช้ย้อมผ้าไหม เพื่อใช้ในการบด และคั้นสีออกจากครั่ง โดยนำครั่งมาตำในครก และเมื่อแหลกแล้วก็เทน้ำร้อนใส่ลงไปพอประมาณ แล้วบดครั่งในน้ำร้อน จนมีสีชมพูออกมา บดไปเรื่อยๆ แล้วจึงใช้ผ้ากรองสีเก็บในภาชนะ จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในครกเดิมอีก ทำเช่นเดิม จนครั่งให้สีชมพูจางลง จึงทิ้งครั่งนั้นไป แล้วนำน้ำสีชมพูจากครั่ง ไปใช้ในการย้อมผ้าไหม