ดับเครื่องซะบ้าง

สายลม แสงแดด

"ถ้ามีอะไรทำงานขัดข้องละก็ การปิดมันไปสักพักก่อนจะเปิดใหม่ ใช้ได้ผลแทบจะสำหรับกับทุกอย่าง รวมทั้งตัวคุณเองด้วย"

รูธ คอนเนล นักแสดงสาวใหญ่ผู้รวยเสน่ห์แห่ง ล่าปริศนาเหนือโลก (Supernatural) ซีรี่ส์ดังที่ดำเนินเรื่องติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึงสิบปีแล้วของสหรัฐฯ รีโพสต์ข้อความนี้มาในอินสตาแกรม พอเห็นเข้าก็ถึงกับเลิกคิ้ว ความคิดแรกที่วูบเข้ามาคือ

เอ้อ เกือบลืมไปอีกแล้วว่าเครื่องใช้ในอเมริกาก็ขัดข้องได้เหมือนกัน

พลอยทำให้นึกไปถึงภาพยนตร์เรื่อง ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า โลกาทมิฬ (THOR : The Dark World) ของ มาร์เวล ภาคต่อของ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ที่มีฉาก เจน ฟอสเตอร์ นางเอกของเรื่องเอาเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์หน้าตาล้ำๆ มาตบๆ เขย่าๆ เคาะๆ เพราะคิดว่ามันเสีย มีเพื่อนนางเอกซึ่งเป็นคนเอามาเครื่องมือที่ว่ามาให้นั่งลอยหน้าบอกว่า "ฉันก็ทำแบบนั้นมาแล้วเหมือนกัน!"

สรุปว่า...การตบตีทีวีเวลาภาพไม่ชัด คงไม่นับเป็นการใช้ความรุนแรงในครัวเรือนแต่อย่างใด เพราะขนาดอเมริกันเขาว่าเจริญแล้ว ล้ำแล้ว ยังใช้วิธีนี้เลยเวลาเครื่องไม้เครื่องมือขัดข้อง

พูดได้ว่า นับเป็นวิธีการซ่อมแซมเบื้องต้นที่มาตรฐานโลกเขาทำกัน ก็คงจะไม่ผิดไปนัก

อย่างไรก็ตาม ส่วนสำคัญของข้อความคำคม หรือที่เรียกกันว่า "โควต" นั้นก็คือประโยคสุดท้ายต่างหาก

"...รวมทั้งตัวคุณเองด้วย"

เอาละ ใครเคยรู้สึกว่าตัวเองทำงาน "ขัดข้อง" บ้าง ยกมือขึ้น

ว่าง่ายดีมาก ทีนี้กำมือแล้วหมุนๆ เพื่อเป็นการทำกายบริหาร ซึ่งเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง ถ้าใครอายอนุญาตให้เข้าไปทำในห้องน้ำหรือที่ลับตาคนได้ตามถนัด ร้องเพลงประกอบไปด้วยก็ได้ ถึงมีคนได้ยินเขาก็ไม่เห็นหน้าเราหรอก!

ไปพักเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อบรรเทาอาการป่วยเรื้อรังอย่างปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้วก็กลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อ

จะเป็นเพราะโลกหมุนเร็วขึ้น เศรษฐกิจฝืดเคือง หรือยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างไรก็ตามแต่ เดี๋ยวนี้เวลากลายเป็นสิ่งมีค่า ราคาสูง ถึงขนาดที่เปรียบเทียบเป็นเงินเป็นทองบางครั้งก็ยังน้อยไป!

เพราะแบบนี้ ทุกวัน ทุกลมหายใจเข้าออกของผู้คนจึงมีแต่รีบด่วน งานรัดตัว จนกระทั่งแม้แต่จะหยุดพักสักประเดี๋ยวประด๋าวยังนับว่า "เสียเวลา"

ดูเหมือนหลายๆคนจะมีชีวิตอยู่ด้วยความคิดที่ว่า ถ้ายังไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ ก็ทำไป

คนทำได้แบบนี้เป็นมนุษย์ในอุดมคติของสังคม เป็นผึ้งงานผู้อุทิศตน ซึ่งคงเป็นที่โปรดปรานของนางพญา (ถ้านางพญามีญาณทิพย์หยั่งรู้ว่าผึ้งงานตัวนั้นมีตัวตนอยู่ในรังนะ) แต่ว่าจริงๆแล้วการทำเช่นนั้น ไม่ใช่วิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่สุดหรอก เพราะหากสมองเบลอ ร่างกายเหมือนเครื่องยนต์ร้อนจัดต้องการการหยุดพักแล้วไม่ให้มันพัก ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ แถมดีไม่ดีจะไปเสียกลางทาง อะไรก็ไม่เลวร้ายเท่ากับเสียมันตรงทางเปลี่ยวๆ ตอนมีธุระสำคัญเร่งด่วน แถมอู่ซ่อมแถวนั้นก็ช่างขูดเลือดขูดเนื้อเสียด้วย!

เพราะฉะนั้นหากเริ่มรู้สึกว่าคิดอะไรช้าลง ทำอะไรก็ติดขัด ดูมีอุปสรรคไปเสียหมด ก่อนจะถ่อร่างลากสังขารไปสะเดาะเคราะห์แก้ชงกับเกจิอาจารย์ชื่อดัง หรือผู้ขมังเวทย์ในวันหยุด ลองนั่งๆนอนๆ เล่นเกมซ่อนตาดำอยู่กับบ้านเสียบ้าง หลับไปได้เลยยิ่งดี เพราะนั่นแหละคือการ "ดับเครื่อง" ไปชั่วคราว แทนที่จะสตาร์ททิ้งไว้ ปล่อยไอเสียหรืออารมณ์ขุ่นให้ฟุ้งกระจาย หรือฝืนวิ่งตะลุยไปตลอดเวลาจนอาจเกิดอุบัติเหตุที่เป็นภัยต่อทั้งตัวเองและผู้อื่นขึ้นได้

แต่ถ้าลองปิดแล้วเปิดใหม่ดูแล้ว ยังใช้การไม่ได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ถึงเวลาส่งไปให้หมอตรวจแล้วละ

เพราะร่างกายคนก็เหมือนเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งในและนอกครัวเรือนนั่นแหละ ใช้มาก สมบุกสมบันมาก ก็เสื่อมเร็ว ใช้งานน้อย สมบุกสมบันน้อย ก็เสื่อมช้า แต่ที่แน่เหมือนแช่แป้งชนิดไม่ต้องอาศัยหมอดูแม่นๆ ทำนายให้เสียเวลา คือ ยังไงก็เสื่อมแน่

แก้วกาแฟบนโต๊ะทำงาน ดื่มแล้วไม่ล้าง หรือล้างไม่สะอาด คราบยังจับ แล้วนับประสาอะไรกับลำไส้ของเรา

เครื่องเล่นดีวีดีเล่นติดต่อกันหลายแผ่นโดยไม่พัก ต่อให้เอาพัดลมเป่าก็ยังร้อนจัด เหมือนกันกับหัวใจคนนั่นแหละ

คอมพิวเตอร์ทำงานต่อเนื่องนานๆ ไม่มีปิดบ้างยังรวน ก็เหมือนกับสมองคนนั่นแหละ

ของเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ยิ่งถูกสร้างมาให้พังง่าย จะได้ไปซื้อใหม่เร็วๆ แถมซื้อใหม่บางครั้งราคาถูกกว่าเอาไปซ่อมเสียอีก ทว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าของเสียยังซื้อใหม่ได้ แต่สุขภาพเสียไปแล้ว ถ้าไม่ปล่อยเลยตามเลย ก็มีหวังตามรักษากันอานลูกเดียว

ซึ่งทางการแพทย์ก็ช่างเอาใจ ถึงขนาดมีบริการ "ตรวจหาโรคล่วงหน้า" ตั้งห้าปีสิบปี ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้วนะเอ้อ ซ้ำโฆษณาหาลูกค้าว่า คนมีสตุ้งสตางค์ เขาตรวจกันทั้งนั้นแหละ เพราะรู้ว่าเป็นอะไรแต่เนิ่นๆ จะได้ป้องกันหรือรักษาแต่เนิ่นๆ ดีกว่ามารู้เอาตอนเป็นหนักแล้ว

แน่นอนว่า ถ้าให้เลือกระหว่างรู้ว่าเป็นมะเร็งระยะต้น กับรู้ตอนเป็นระยะสุดท้าย ใครก็เลือกระยะต้น เพราะยังมีทางรอด ทางเลือก มากกว่าเยอะ

ขอโทษ เราลืมอะไรกันไปหรือเปล่า?

ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือล้ำยุคราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟพวกนี้ ร่างกายเราก็เตือนเราอยู่ตลอดทุกระยะแล้ว!

นั่งนานแล้วเมื่อย ก็แปลว่าต้องลุก ยืนนานแล้วเมื่อย ก็แปลว่าต้องนั่ง ไม่สบาย ก็แปลว่าต้องการพักผ่อน คิดอะไรไม่ออก ก็แปลว่าต้องหยุดคิดชั่วคราว แม้แต่ต้องการน้ำ ร่างกายยังบอกเราว่ากระหายเลย!

ที่ปัญหาเกิด เพราะเราไม่เคยฟังมันบ้างเลยต่างหาก

ดังนั้น จึงต้องระวังเอาไว้ เพราะหากฝืนทนมากๆ อาจจะต้องเอาเงินมาผลาญกับอู่ซ่อมที่เรียกว่าโรงพยาบาล โดยไม่ได้ใช้ทั้งเงินและชีวิต