เกมแก้จน

คิดเห็นประเด็นข่าว

หลังการเจรจาอย่างเผ็ดร้อนเป็นเวลาถึงสองสัปดาห์เต็ม สมาชิกสหประชาชาติ 193 ประเทศ ได้บรรลุข้อตกลงฉบับสำคัญความยาว 30 หน้ากระดาษ ภายใต้หัวข้อ "เปลี่ยนโลกของเรา : วาระ2030เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ตั้งเป้าหมาย 17 ข้อ เพื่อกำจัดความยากจนทั่วโลก ภายใน ค.ศ.2030 หรือ 15 ปีข้างหน้า และแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เชื่อว่า โร้ดแม็ป ฉบับนี้จะเข้ามาแทนที่ เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ของยูเอ็น และจะถูกรับรองอย่างเป็นทางการในที่ประชุมสุดยอดผู้นำโลกระหว่าง 25-27 กันยายน ศกนี้

จูบิลี เดปต์ องค์กรชาติตะวันตกตรวจสอบหนี้สินโลกเปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนหนี้ของทั้งโลกมากกว่าผลิตผลมวลรวมหรือจีดีพี ถึง 286 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าหนี้สินอยู่ที่ราว 200 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือถ้าเฉลี่ยแบ่งหนี้ให้พลเมืองโลกทุกคนไม่ว่าหญิง ชาย เด็ก และผู้สูงอายุ จะอยู่ที่รายละ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคนละเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีชาติที่อยู่ในห้วงวิกฤติหนี้สิน คือ ภาระหนี้สินเกินกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ประมาณ 24 ประเทศ ได้แก่ อาร์เมเนีย เบลีซ คอสตาริกา โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐโดมินิกัน เอล ซัลวาดอร์ แกมเบีย กรีซ เกรนาดา ไอร์แลนด์ จาเมกา เลบานอน มาซิโดเนีย หมู่เกาะมาร์แชลส์ มอนเตเนโกร โปรตุเกส สเปน ศรีลังกา หมู่เกาะเซนต์ วินเซนต์ และเกรนาดีนส์ ตูนีเซีย ยูเครน ซูดาน และซิมบับเว ส่วนกลุ่มชาติเสี่ยงเผชิญวิกฤติหนี้สินในอนาคตอันใกล้ 14 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน เคปเวอร์ด โดมินิกัน เอธิโอเปีย กานา ลาว มอริเตเนีย มองโกเลีย โมซัมบิก ซามัว เซาโตเม เออ ปรองซีเป เซเนกัล แทนซาเนีย และยูกันดา ตัวอย่างของความล้มเหลวที่มีให้เห็นก็คือ กานา ทวีปแอฟริกาตะวันตก รัฐบาลทั้งทุจริตและใช้เงินกู้ละเลงสุรุ่ยสุร่ายนำพาประเทศชาติเข้าสู่สภาพเสี่ยงล้มละลาย

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ เอสแอนด์พี เผยผลการประเมินเครดิตความน่าเชื่อถือของสหภาพยุโรป หรืออียู ปี 2558 พบว่า ภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจของอียู เปลี่ยนจากมีเสถียรภาพไปสู่สถานะที่ติดลบ เพราะต้องแบกรับปัญหาหนี้ของกรีซ ขณะที่อังกฤษเตรียมลงประชามติว่าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกอียูต่อไปหรือไม่ ในปี 2559 อาจส่งผลให้อียูถูกลดอันดับจากเอเอบวกไปอยู่ที่เอเอลบ ในอีก 2 ปีข้างหน้า

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานว่า พบเกษตรกรไทยมีหนี้สินจำนวนกว่า 1ล้าน 6 แสนราย มูลหนี้ทั้งสิ้นเกือบ 4 แสนล้านบาท เฉลี่ยรายละประมาณ 2 แสน 4 หมื่นบาท จำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือดูแล มิฉะนั้นอาจส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรบางส่วนต้องสูญเสียที่ดินทำกิน ดังนั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยให้จำแนกสถานภาพและความจำเป็นของลูกหนี้แต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยดูแลบรรเทาปัญหาได้อย่างถูกจุด ไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเหมารวม รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังให้นโยบายด้วยว่า นอกจากช่วยเหลือในเรื่องการจัดหนี้สินแล้ว ควรให้ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการเงิน การใช้จ่ายและเก็บออมให้เหมาะสมแก่สถานภาพของแต่ละครอบครัวเพื่อให้สามารถหลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้ อย่างน้อยให้สามารถบริหารหนี้ได้อย่างเหมาะสมไม่กลายเป็นภาระล้นพ้นตัว